สรุป 3 sessions จากงาน AIS Academy for Thais 2026: Mastering AI Beyond Borders
Pij Pruxus
15 Sep 2026

วันนี้แอดได้มีโอกาสแวะไปงาน AIS Academy for Thais 2026: Mastering AI Beyond Borders ที่สามย่านมิตรทาวน์มาครับ ทีแรกไปแบบงง ๆ เพราะแวะมาแบบไว ๆ ไม่แน่ใจว่าจะเจออะไรบ้าง คิดว่าน่าจะพูดถึงการใช้งาน AI หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหมือนงาน AI ส่วนมากที่เห็นกัน
แต่พอได้ฟังไปสักพัก ก็เริ่มเห็นแพทเทิร์นที่น่าสนใจ ก็เลยอยากจะสรุป 3 sessions ที่ได้ฟังและชอบ มาแชร์ลงเพจหน่อยครับ ![]()
.
.
===========================
Session ของผู้ว่ากทม. - อาจารย์ชัชชาติ และการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเมือง
.
Session นี้ อจ.ชัชชาติไม่ได้พูดเรื่อง AI ตรง ๆ ครับ แต่มาเล่าถึงมุมมองและ case study ของการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของทาง กทม. ที่ผ่านมา ซึ่งมีเยอะมาก และมีดาต้าแสดงถึงการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นที่ชัดเจนมาก
ซึ่งบางเคสก็เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์อัตโนมัติ บางเคสก็เป็นการเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิมให้เร็วขึ้น
แต่ประโยคหนึ่งที่ถือเป็นหัวใจหลักของการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเมืองที่ อจ.ชัชชาติพูดแล้วแอดชอบมาก คือแนวคิดจากหนังสือ "The Smart (Enough) City" ที่บอกว่า เราไม่จำเป็นต้องทำเมืองให้สมาร์ทสุดขีดก็ได้ แค่สมาร์ทพอสำหรับปัญหาที่มีอยู่ก็พอแล้ว
เพราะถ้าเราพยายามจะสมาร์ทมากเกินไป มันจะกลายเป็นทุ่มเงินซื้อแต่เทคโนโลยีเยอะมาก แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าจริง กลายเป็นแค่การลงทุนสูญเปล่าแทนครับ
อีกจุดที่ชอบคือ อจ.ชัชชาติพูดถึงครั้งหนึ่งที่ AI ของ Google เคยชนะเคเจี๋ย (Ke Jie) แชมป์โลกด้านการเล่นหมากล้อมได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เคเจี๋ยถึงกับร้องไห้ออกมา
ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์เรามี แต่ AI ไม่มีวันมี คือการมีอารมณ์ความรู้สึกและ "เข้าใจ" มนุษย์ด้วยกัน ในขณะที่เมื่อ AI มันชนะไป มันก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ซึ่งมันเป็นสกิลที่สำคัญมากของคนเราที่ AI ยังไงก็แทนที่ไม่ได้
.
.
.
===========================
Session พี่เจี๊ยบ (คุณกานติมา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS - องค์กรไทยพร้อมแค่ไหนสำหรับ AI
Session นี้ทีแรกแอดคิดว่าน่าจะพูดเน้น technical เยอะ แต่กลายเป็นเน้นเรื่อง "คน" เยอะมากครับ ซึ่งสิ่งที่คุณเจี๊ยบพูด มีความ real จัดมาก และมีการพูดถึง common mistakes ที่หลาย ๆ องค์กรทำกัน เช่น
บางองค์กรคิดว่า AI มาแทนที่พนักงานได้เลย เลยรีบไล่คนออกทั้งที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า workflow การทำงานจริงๆ มันคืออะไร หรือ AI ควรจะเข้ามาแก้ปัญหาตรงไหนถึงจะเหมาะสมจริงๆ
บางองค์กรผู้บริหารตื่นเต้นเวลามีเวนเดอร์มาขาย AI ตัวใหม่ๆ ก็ซื้อเลย คิดว่าแค่ซื้อมาก็พอแล้ว แต่ไม่ได้สนใจว่าซื้อไปแล้วมันเกิดประโยชน์กับองค์กรจริงหรือเปล่า
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เรื่องความกังวลของพนักงานออฟฟิศในยุคนี้ ที่กังวลว่าจะโดนปรับลดออกจากองค์กร พี่เจี๊ยบมองว่าสกิลที่สำคัญในยุคนี้คือการรู้จักปรับตัวและเรียนรู้ AI อยู่เรื่อยๆ ถ้าเรากังวลแล้วก็ใช้ AI ไปด้วย เรายังมีโอกาสรอด แต่คนที่คิดว่ามันยังมาไม่ถึงแล้วไม่ปรับตัวอะไรเลยนี่แหละที่น่ากลัวกว่า
พี่เจี๊ยบยังพูดถึง Design Thinking ด้วยว่า เมื่อก่อนมันคือสิ่งที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจปัญหาก่อนจะเริ่มแก้ แต่พอมีคำว่า AI เข้ามาปุ๊บ ทุกคนกลับลืม Design Thinking กันหมด ทั้งที่จริงๆ แล้วมันควรจะยังอยู่ เพราะมันคือกระบวนการแก้ปัญหาให้มนุษย์จริงๆ ส่วน AI เป็นแค่หนึ่งในโซลูชัน ที่ต้องการการทำความเข้าใจปัญหาที่ถูกต้องก่อน ไม่งั้นก็เป็นแค่เครื่องมือที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ครับ . . .
.
.
.
===========================
Session คุณทอย กษิดิศ จาก Data Rocket - "Human First, AI Second"
Session นี้เหมือนเป็น session ที่ดึงเรียกสติให้เราหันกลับมามองความเป็นมนุษย์มากขึ้นแบบสุด ๆ ครับ
คุณทอยเริ่มด้วยประเด็นตรง ๆ เลยว่า AI มีพลังสูงมาก ทำได้หลายอย่าง แต่ในทางกลับกัน มันก็สามารถสร้างปัญหาให้มนุษย์เยอะมากเช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อยมากคือ AI slop หรือพวกคอนเทนต์เพื่อ marketing ที่มีการเจนกันออกมาเยอะ ๆ เต็มฟีดโซเชียล ที่ดูแปลกตาน่าสนใจ แต่ไม่ได้มีสาระอะไรเลย มีแค่เพื่อทำให้คนนั่งจ้องโซเชียลนานขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งคุณทอยมองว่ามันสร้างผลเสียมากกว่าผลดี
สิ่งที่ควรสำคัญยิ่งกว่าในเวลานี้ คือมนุษย์เราควรกลับมาโฟกัสที่การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของเรา ซึ่งจุดสำคัญคือเราต้องอย่าพยายามให้ AI "คิด" แทนเรา จนเราสูญเสียความสามารถในการคิดเองไป
ในทางกลับกัน ถ้าเราฝึกคิดและพัฒนาความคิดเราเองอยู่เสมอ เราจะเริ่มพบกับอิสระมากขึ้น เพราะความคิดของเราไม่ถูกชี้นำง่าย ๆ จากสิ่งผิวเผินรอบ ๆ ตัวครับ
อีกจุดหนึ่งที่แอดชอบมาก คือคุณทอยยกตัวอย่างจากหนังสือ "Incorruptible" ที่เล่า case study ของเชนร้าน Costco ที่ผู้บริหารตัดสินใจคงราคาฮอทดอกเท่าเดิมมาตลอด 40 ปี เพียงเพราะเขามองว่ามันคือสิ่งดี ๆ ที่ทำให้ลูกค้าของตัวเองได้
ซึ่งถ้าเราลองไปถาม AI เกี่ยวกับการทำธุรกิจ คงไม่มี AI ตัวไหนที่บอกให้ทำแบบนี้แน่ ๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิดวิสัยการทำธุรกิจที่ต้องเติบโต ต้องทำกำไรเสมอ
แต่การตัดสินใจแบบที่ Costco ทำนี้ มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ เพราะมนุษย์เราเข้าใจถึง "การให้สิ่งดี ๆ กับลูกค้าจริง ๆ " ไม่ใช่แค่ทำตามทฤษฎีธุรกิจอย่างเดียว
.
.
.
===========================
สรุป - "คน" ก็ควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุค AI
ที่แอดประทับใจในงานนี้ คือถึงแม้จะเป็นงานเกี่ยวกับ AI โดยตรง แต่ speakers หลายคนกลับพยายามดึงให้เรากลับมามองความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่ใช้ AI จนพร่ำเพรื่อ หรือสนใจแต่เทคโนโลยีจนเกินไป
ซึ่งน่าจะเป็นแพทเทิร์นที่เราเริ่มเห็นกันจากการที่คนเราเห่อเทคโนโลยีใหม่เกินไป จน "คน" ถูกลืมไปจากสมการ เลยถูกหันกลับมาพูดถึงกันมากขึ้นนะครับ
ซึ่งส่วนตัวทางพรักซุสเรามองว่า จากช่วงก่อนที่มีคนพูดว่าวงการ UX ตุยไปแล้ว
วันนี้ UX เราอาจจะกำลังกลับมาเป็นสิ่งที่องค์กรต่าง ๆ กลับมาให้ความสำคัญกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นได้นะครับ ![]()